![]() |
|||
![]() |
เบต้าแคโรทีน ในสาหร่ายเกลียวทองคาโรทีน หรือ คาโรทินอย (Carotinoids) เป็นสารที่เมื่อถูกเปลี่ยนแปลงในร่างกายแล้วจะให้วิตามินเอ กล่าวได้ว่าเป็นสารตันตอของวิตามินเอก็ว่าได้ และจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอให้แก่ ร่างกาย เฉพาะเท่าที่ร่ายกายต้องการเท่านั้น ดังนั้น หากต้องการเสริมวิตามินเอในร่างกาย ควรรับในรูปของคาโรทีนจะปลอดภัยกว่าการรับประทานวิตามินเอเป็นแคปซูล เพราะการสะสมวิตามินเอในร่างกายมากเกินไปอาจเป็นพิษในร่างกายได้ คาโรทีนมีอยู่หลายชนิด เช่น ชนิดแอลฟ่า (Alpha-Carotene), ชนิด เบต้า (Beta-Carotene) และชนิดแกมม่า (Gamma-Catotene) แต่ชนิด ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด และให้วิตามินเอ มากที่สุดคือ เบต้า คาโรทีนด้วยเหตุนี้ เบต้า คาโรทีน จึงถูกนำมาผสมเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นที่นิยมทั่วโลกสำคัญ คือ จากการทดลองโดยการให้บริโภคคาโรทีนอย่างต่อเนื่องในปริมาณ 200 มิลลิกรัม ต่อวันเป็นเวลานาน 6 เดือน พบว่าไม่มีปฏิกิริยาข้างเคียงใด ๆ เกิดขึ้น |
|||||||
| เป็นที่ทราบกับดีว่า วิตามินเอและเบต้าคาโรทีน ช่วยในเรื่องสายตาและการมองเห็นป้องกันการเกิดต้อหิน ช่วยให้กระดูก แข็งแรงสร้างและรักษาเนื้อเยื่อผิวหนัง เพิ่มความแข็งแรงให้แก่เยื่อในเซลล์ กระตุ้นการทำงานของเซลล์ในร่างกาย ด้วยคุณค่า ดังกล่าว งานวิจัยทางการแพทย์หลายชิ้นจึงยืนยันตรงกันว่า วิตามินเอและเบต้าคาโรทีน มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง |
||||||||
| อาหารที่อุดมด้วยเบต้า คาโรทีน เช่น หัวแครอทซึ่งมีมากที่สุด นอกนั้นจะพบในผักสีเขียวและสีเหลืองแทบทุกชนิด อาทิ ข้าวโพด ผักคะน้า ผักกาดเขียว ฟักทอง เป็นต้น และปัจจุบันมีการพบว่า ในสาหร่ายเกลียวทองมีเบต้า คาโรทีนมากยิ่งกว่าพืช ผักที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด |
||||||||
| คนที่อยู่ในข่ายที่ควรให้ความสนใจรับเบต้า คาโรทีนสูงได้แก่ คนที่ดื่มสุราเป็นประจำ คนสูบบุหรี่ คนทำงานกลางแดด คนที่ อยู่ในภาวะแวดล้อมเป็นพิษโดยเฉพาะในเมืองหลวง คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตา และคนที่อยู่ในภาวะเครียด หงุดหงิดง่าย |
||||||||
ข้อมูลโดย ภญ.จีรายุ วีรเดช หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ www.siamturakij.com |
||||||||
![]() |
||||||||
|
||||||||