![]() |
|
|
| ||||||||||
|
| ||||||||||
|
| ||||||||||
|
|
สาหร่ายเกลียวทองช่วยลดพิษ สารปรอทและยาอันตรายที่มีผลต่อไต |
| ||||||||
|
|
|
| ||||||||
|
|
ไตทำหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการทำความสะอาดร่างกายให้ปลอดสารพิษ เป็นที่ยอมรับกันดีว่าโลหะหนักและยาหลายชนิดเป็นพิษต่อไต นักวิทยาศาสตร์สนใจ ค้นหาสารที่จะช่วยไตในการขจัดพิษจากผลข้างเคียงของโลหะหนัก หรือจากการกินยารักษาโรคมากเกินไป ในงานวิจัยที่ประเทศญี่ปุ่น พบว่าสาหร่ายเกลียวทองสไปรูลิน่า ช่วยลดพิษของโลหะหนักและพิษของยารักษาโรคบางชนิด ที่มีต่อเนื้อเยื่อไตของหนูทดลอง ดรรชนีที่ใช้วัดความเป็นพิษทีมีต่อไตคือ Blood urea nitrogen (BUN) หรือ serum creatinine ซึ่งเมื่อหนูได้รับอาหารที่ผสมสาหร่ายเกลียวทองสไปรูลิน่า 30% พบว่า BUN และ serum creatinine ลดลงอย่างรวดเร็ว หลังจากหนูได้รับการฉีดสารละลายโลหะปรอทในระดับสูงพบว่า BUN เพิ่มขึ้นเป็น 310% และลดลงเหลือ 209% เมื่อได้รับสาหร่ายเกลียวทองสไปรูลิน่า ส่วน serum creatinine นั้น เพิ่มขึ้นเป็น 198% แต่เมื่อได้รับสาหร่ายเกลียวทองสไปรูลิน่าก็ลงลงเหลือเพียง 157% การทดลองกับยารักษาโรค เช่น ยาแก้ปวด para-Aminophenol , ยาปฏิชีวนะ Gentamicin และยาแก้โรคมะเร็ง Cis-dechloro-diaminoplatinum ก็จะให้ผลการทดลองใกล้เคียงกัน หนูทดลองทุกตัวแสดงให้เห็นว่า สาหร่ายเกลียวทองสไปรูลิน่าช่วยลดระดับ BUN และ serum creantine ได้อย่างมากและมี 2 รายที่สามารถทำให้ serum creatinine ลดลงสู่ระดับเดิม การศึกษาครั้งนี้พบว่า สาหร่ายเกลียวทองสไปรูลิน่าน่าจะมีผลต่อการขจัดพิษของโลหะหนักจากไต และยังเชื่ออีกว่าถ้ากินสาหร่ายเกลียวทองสไปรูลิน่าร่วมกับยารักษาโรคที่หมอจ่ายให้ก็จะช่วยลดพิษของยาที่มีต่อไตได้ ผลข้างเคียงของยาก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หมอไม่สามารถจ่ายยาบางชนิดได้ตามขนาดที่ควรจะเป็น จึงทำให้โรคหายช้า หากใช้สาหร่ายเกลียวทองสไปรูลิน่าร่วมกับยาที่จ่ายให้คนไข้ก็จะสามารถสั่งยาในขนาดที่สูงขึ้นได้ โรคจะหายได้เร็วขึ้น งานวิจัยต่อ ๆ มาได้มี การพยายามศึกษาถึงว่าสาหร่ายเกลียวทองช่วยขจัดพิษได้อย่างไร และได้มีการตั้งสมมติฐานว่า ไฟโคไซยานิน (phycocyanin สารสีน้ำเงินที่อยู่ในสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน) เป็นสารที่ทำหน้าที่ในการขจัดพิษ |
| ||||||||
|
|
||||||||||
|
|
||||||||||
|
||||||||||
|
|
||||||||||