![]() |
|
|
| ||||||||||
|
| ||||||||||
|
| ||||||||||
|
|
สาหร่ายเกลียวทองกับอาการเมาค้าง |
| ||||||||
|
|
|
| ||||||||
|
|
เมื่อเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปริมาณแอลกอฮอล์เกือบทั้งหมด (90-98%) จะถูกดูดซึมจากกระเพาะอาหารและลำไส้แล้วส่งผ่านหลอดเลือด ไปยังตับเพื่อกรองออกทิ้ง กระบวนการย่อยสลายแอลกอฮอล์เมื่อเข้าสู่ตับมีดังนี้คือ
แต่ถ้าดื่มเหล้าปริมาณมาก การทำงานของตับก็เป็นไปอย่างลำบากและเป็นภาระอันหนักของตับที่จะต้องขจัดสารพิษเหล่านี้ให้หมดไปจากร่างกาย ซึ่งปริมาณแอลกอฮอล์ที่ตับจะสามารถขจัดได้ต่อชั่วโมงนั้นเพียงประมาณ 10 มิลลิลิตร (1/3 ออนซ์) เท่านั้นซึ่งหมายความว่า ตับจะสามารถสบายเหล้าสาเก (เหล้าญี่ปุ่นทำจากข้าว) ได้เพียง 3 – 3.5 ออนซ์ต่อชั่วโมง (ตับของแต่ละคนมีความสามารถขจัดแอลกอฮอล์ได้ในปริมาณไม่แตกต่างกันมากนัก) ดังนั้นถ้าตับแข็งแรงอยู่ การดื่มเหล้าบ้างในปริมาณที่ตับสามารถขจัดได้ก็จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใดเลย แต่ในความเป็นจริงแม้ว่าเราจะพูดกันว่าจะดื่มในของเขตที่กำหนดคือ กำหนดตัวเองให้ดื่มได้ไม่เกิน 3 ออนซ์ ต่อหนึ่งชั่วโมง แต่ไม่ช้าเราก็จะดื่มเกินกว่านั้นและก็เมาในที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นถ้าไม่กินกับแกล้มอะไรเลยในระหว่างดื่มร่างกายก็จะขาดโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ ในที่สุดก็จะทำให้ตับอ่อนแอและลดประสิทธิภาพลงกว่าครึ่ง ถ้าแอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนชั่นเอนไซม์ และเอ็มอีโอเอส ไม่สามารถขจัดแอลกอฮอล์ออกนอกร่างกายได้ ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดก็จะสูงขึ้นและร่างกายก็จะมีอาการมึนเมา แพทย์ชาวญี่ปุ่น โนบุสุ อิจิมา ศาสตราจารย์ในโรงพยาบาลแห่งวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์เซนต์แมรี่แอนด์ รายงานว่า ถ้ารับประทานสาหร่ายเกลียวทองประมาณ 4-5 เม็ด ก่อนการดื่มสุราจะช่วยไม่ให้มีอาการเมาค้างได้ ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าโปรตีนสูงในสาหร่ายเกลียวทองได้ช่วยป้องก้นตับจากพิษของแอลกอฮอล์ |
| ||||||||
|
|
||||||||||
|
|
||||||||||
|
||||||||||
|
|
||||||||||